ยินดีต้อนรับเข้าสู่เทศบาลตำบลสันปูเลยค่ะ :: ระบบบริการข้อมูลสารสนเทศ เทศบาลตำบลสันปูเลย อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่
สายตรงนายก

ร้องเรียนร้องทุกข์



สำรวจความคิดเห็น

ระบบสถิติการเกิดอบัติเหตุ

แจ้งร้องเรียนงานบุคคล

ประกาศจากกรมบัญชีกลาง EGP

facebook

ศูนย์ดำรงธรรม

ข่าวสารอาเซียน

ตรวจเช็คอีเมล

ข้อมูลจาก กรมอุตุนิยมวิทยา



สถิติการเข้าชม เริ่มวันที่ 01/05/2556
วันนี้
166
เมื่อวานนี้
341
เดือนนี้
6,599
เดือนที่แล้ว
6,254
ปีนี้
40,606
ปีที่แล้ว
37,413
ทั้งหมด
158,863
ไอพี ของคุณ
54.92.150.98
 ชื่อเอกสาร : กฎหมายน่ารู้ เรียกดอกเบี้ยเงินกู้เกินที่กฎหมายกำหนดย่อมตกเป็นโมฆะ    [ 12 มีนาคม 2561 ]
รายละเอียดเอกสาร กฎหมายน่ารู้เพื่อชุมชน: สังคมไทยทุกวันนี้มีคนรวยน้อยแต่คนจนมากมายจึงมีการกู้ยืมกัน จึงมีธุรกิจเงินกู้ทั้งที่ถูกต้องตามกฎหมายและผิดกฎหมาย กฎหมายจึงต้องควบคุมมิให้มีการเอาเปรียบกันเกินไปเช่นการควบคุมอัตราดอกเบี้ย เป็นต้น โดยหลักแล้ว มีกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 654 บัญญัติว่า “ห้ามมิให้เรียกดอกเบี้ยเกินร้อยละสิบห้าต่อปี ถ้าในสัญญากำหนดดอกเบี้ยเกินกว่านั้นก็ให้ลดลงมาเป็นร้อยละสิบห้าต่อปี ดังนั้นการกู้ยืมเงินที่เรียกดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดคือร้อยละ 15 ต่อปี (เว้นแต่ธนาคารหรือสถาบันการเงินอื่นที่กฎหมายยกเว้นให้เรียกดอกเบี้ยเงินกู้เกินกว่าร้อยละ 15 ต่อปีได้ตามกฎหมายเฉพาะ) ดอกเบี้ยเกินกฎหมายย่อมตกเป็นโมฆะผู้ให้กู้จะฟ้องเรียกร้องบังคับมิได้ แต่มีบางจ้าวเรียกดอกเบี้ยโหด เช่นทำสัญญากู้ยืมร้อยละ 3 ต่อเดือน (นั้นเท่ากับร้อยละ 36 ต่อปี) แต่ที่แย่ไปกว่านั้นคือ มีการทำสัญญากู้ยืมร้อยละ 5, 10, 20 จะเห็นได้ว่าข้อตกลงในเรื่องดอกเบี้ยตกเป็นโมฆะเสียทั้งสิ้น แล้วถ้าผู้ให้กู้จะกลับมาเรียกดอกเบี้ยตามกฎหมายคือไม่เกินร้อยละ 15 ต่อปี ได้หรือไม่ คำตอบคือ ไม่ได้ เหตุผลก็คือเมื่อข้อตกลงเรื่องดอกเบี้ยเป็นโมฆะแล้วถือว่าไม่มีดอกเบี้ยต่อกัน ก็เท่ากับว่าไม่มีข้อตกลงเรื่องดอกเบี้ยเลย แม้กฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 654 จะระบุว่าถ้าในสัญญาเรียกดอกเบี้ยเกินร้อยละ 15 ต่อปีก็ให้ลดลงมาเป็นร้อยละ 15 ต่อปี ก็ตาม เพราะข้อตกลงเป็นโมฆะเนื่องจากขัดต่อ พรบ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรามาตรา 3 ไปแล้ว   
      

ย้อนกลับ