ยินดีต้อนรับเข้าสู่เทศบาลตำบลสันปูเลยค่ะ :: ระบบบริการข้อมูลสารสนเทศ เทศบาลตำบลสันปูเลย อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่
สายตรงนายก

ร้องเรียนร้องทุกข์



สำรวจความคิดเห็น

ระบบสถิติการเกิดอบัติเหตุ

แจ้งร้องเรียนงานบุคคล

ประกาศจากกรมบัญชีกลาง EGP

facebook

ศูนย์ดำรงธรรม

ข่าวสารอาเซียน

ตรวจเช็คอีเมล

ข้อมูลจาก กรมอุตุนิยมวิทยา



สถิติการเข้าชม เริ่มวันที่ 01/05/2556
วันนี้
40
เมื่อวานนี้
202
เดือนนี้
2,902
เดือนที่แล้ว
6,799
ปีนี้
72,299
ปีที่แล้ว
37,413
ทั้งหมด
190,556
ไอพี ของคุณ
54.163.20.57


ข่าวสารเพื่อเกษตรกร การเลี้ยงปลาพลวงชมพู กิโลกรัมละ 2,000 บาท

ข่าวสารเพื่อเกษตรกร: จะถือเป็นปลาน้ำจืดราคาแพงที่สุดในทวีปอาเซียนเลยก็ว่าได้ สำหรับปลาพลวงชมพู ราคาซื้อขายในบ้านเราอยู่ที่กิโลกรัมล 2,000 บาท แต่ถ้าในฮ่องกงกิโลกรัมละ 8,000 บาท รองอธิบดีกรมประมงกล่าวว่า ปลาพลวงชมพู ที่กรมประมงโดยศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดยะลาได้ศึกษาจนสามารถขยายพันธุ์ส่งเสริมให้เกาตรกรเลี้ยงเป็นปลาเศรษฐกิจตัวใหม่ได้แล้ว เป็นปลาน้ำจืดประจำท้องถิ่นมีชื่อเรียกตามภาษาท้องถิ่นว่า อีแกกือเลาะห์ หรือปลากือเลาะห์อยู่ในตะกูลเดียวกับปลาเวียน และปลาพลวงหิน มีความโดดเด่นในสีของเกล็ดที่มีลักษณะเป็นสีชมพู ครีบหลังและครีบหางสีแดง เป็นปลาพลวงชนิดเดียวที่รับประทานทั้งเกล็ด นิยมบริโภคในประเทศแถบอินโดจีนโดยเฉพาะมาเลเซีย ที่ยังไม่สามารถวิจัยเพาะขยายพันธุ์ได้ และมีกฎหมายห้ามจับจากธรรมชาติมารับประทาน สาเหตุที่ราคาสูงลิ่วเพราะเป็นปลารสชาติดี หาได้ยากอยู่ในสภาวะใกล้สูญพันธุ์ โดยได้ทดลองเลี้ยงและศึกษาหาวิธีการขายพันธุ์อย่างจริงจัง การเลี้ยงจะต้องเป็นพื้นที่มีน้ำไหลตลอดเวลา น้ำต้องมีปริมาณออกซิเจนสูงอย่างน้อย 6 ppm ขึ้นไป ถ้าน้อยกว่านี้จะตายทันที ในขณะที่ปลาน้ำจืดชนิดอื่นยังสามารถมีชีวิตรอดได้ นอกจากนั้นยังเป็นปลาที่ให้ไข่น้อย แค่ 500-1,000 ฟอง ต่างกับปลาน้ำจืดชนิดอื่นๆ ให้ไข่ตั้งแต่หมื่นฟองขึ้นไปจนถึงแสนฟอง เลยเป็นเหตุให้เสี่ยงสูญพันธุ์ได้ง่ายในธรรมชาติ และการนำมาผสมเทียมเพื่อขยายพันธุ์ยังยากกว่าปลาน้ำจืดชนิดอื่น เนื่องจากระยะไข่สุกพร้อมที่จะผสมพันธุ์ได้ ไข่ที่มีอยู่น้อยแล้วยังสุกแก่ไม่พร้อมกันอีก ผอ.ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดอธิบายถึงความยากของการขยายพันธุ์เจ้าหน้าที่ต้องใช้ความชำนาญพิเศษ สังเกตระยะที่มีไข่สุกพร้อมมากที่สุด ถึงจะทำได้สำเร็จ และส่งเสริมให้เกษตรกรในพื้นที่เลี้ยงในบ่อดิน ต่อท่อตรงจากแหล่งน้ำธรรมชาติและปล่อยให้ไหลผ่านระบายออกไป และจากการคำนวณต้นทุนค่าอาหารปลาพ่ลวงชมพูให้ผลตอบแทนสูงมีอัตราแลกเนื้ออยู่ที่ 2-3: 1 ถ้าจะเลี้ยงให้ได้ขนาด 2.3 กก. ให้อาหารไม่เกิน 7 กก. ซึ่งจะมีต้นทุนอาหารแค่ตัวละ 220 บาทแต่สามารถขายได้สูงถึง 4,600 บาท เพื่อให้เกษตรกรสามารถเลี้ยงได้กว้างขวางมากยิ่งขึ้นซึ่งอยู่ระหว่างศึกษาการเลี้ยงในบ่อซีเมนต์ด้วยระบบน้ำหมุนเวียน


 
27 สิงหาคม 2561